#สคบทเดลี่ ⃒ DAY 3 – Can’t let you go kiss

#สคบทเดลี่  ⃒ DAY 3 – Can’t let you go kiss by Amzinas L. Leer

 

 

สายฝนที่กระหน่ำลงมาในเวลากลับบ้านแบบนี้ย่อมทำให้อารมณ์ทิ้งดิ่งมากกว่าเดิม ทั้งที่งานทั้งวันก็แย่อยู่แล้ว คัทซึกิ ยูริ วัย24 พนักงานประจำของบริษัทธรรมดาๆในสูททรงมาตราฐานและเนคไทเก่าเก็บเส้มเดิมตลอดกาล ถอนหายใจในความเบื่อหน่ายที่ต้องเผชิญ

นามบัตรแปลกตาในกระเป๋าสตางค์ไร้ที่มาทำให้เขามาหยุดอยู่ที่หน้าตึกหลังเก่าที่ไม่ต่างอะไรกับตึกสำนักงานธรรมดาสามัญ ภายนอกนั้นดูซ่อมซ่อแต่พอเปิดประตูหนีไฟซึ่งมีป้ายเล็กๆติดไว้ว่า ’Open’ เพียงแค่นั้น ไม่มีแม้แต่ชื่อร้าน มีเพียงรูปดวงดาวสีเงินสะท้อนแสงเหมือนสติ๊กเกอร์เด็กเสียมากกว่า

สองเท้าลากขึ้นไปขั้นต่อขั้นจนถึงบริเวณชั้น 7 ชายหนุ่มในชุดสูทก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อจนต้องถอดสูทตัวนอกมาถือไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นมายังชั้น8 อันเป็นชั้นดาดฟ้าและเป็นที่หมายของเขาในคืนนี้ ลมเย็นๆยามค่ำคืนโชยมากระทบร่างดวงตาสีเข้มกวาดมองทั่วบริเวณหาอะไรสักอย่างที่ยืนยันว่าการที่เขาขึ้นมาถึงชั้นนี้ไม่ได้ผิดพลาด แต่ทั้งชั้นก็เหมือนจะไม่มีอะไรเลยนอกจากบันไดลิงที่ข้างตัวตึก

 

เวลาผ่านไปไม่น้อยก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจเดินไปยังแนวบันไดนั่นเพื่ออย่างลังเลไม่น้อย แต่ยามที่เขามองลงไปดันพบว่าบันไดเล็กๆนั่นต่อกับดาดฟ้าของตึกอีกหลัง ที่มีการต่อเติมเป็นชั้นสองสามชั้นขึ้นไป และป้ายแผ่นน้อยที่สะท้อนแสงจันทร์เสี้ยวลักษณะเดียวกับด้านล่างทำให้เขาเร่งฝีเท้าขึ้นอีกนิดพลันท้องฟ้าที่เคยกระจ่างเหมือนตอนเย็นกลับเริ่มปล่อยฝนลงมาเบื้องล่าง

เสียงฝนตกหนักภายนอกกลับเหลือเพียงเสียงน้ำแว่วๆดังคลอเสียงนักร้องสาวทุ่มนุ่มขับร้องไปประสานกับท่วงนำนองแจ๊ซที่น่าหลงไหลจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง

กริ๊ง เสียงน้ำแก้งกระทบแก้วดังกรุ๊งกริ๊งไม่ได้ขัดกับเสียงดนตรี แต่กลับยิ่งที่ให้บาร์ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม่สีเข้มนี่มีมนตร์สะกดพอที่จะทำให้ผู้มาใหม่หยุดชมความสงบที่ราวกับความรีบเร่งในเวลาเลิกงานภายนอกเป็นคนละโลกกัน

ชายหนุ่มหนุ่มค่อยๆก้าวผ่านทางเดินที่ตกแต่งด้วยของแปลกตาตัดกับความเรียบง่ายที่ลงตัวของมัน จนได้เข้ามาถึงเคาท์เตอร์ยาวขนาด 8 ที่ที่ว่างเปล่า มีเพียงชายหนุ่มผมสีเงินใบหน้าหล่อเหลากำลังยกแก้วเหล้าบรรจุของเหลวสีทองขึ้นจิบ ยามที่ดวงตาสีน้ำทะเลนั่นหรี่ลงพิจรณารสชาติของเครื่องดึมนั่นเรียกแรงกระตุกจากในอกจนชายหนุ่มผู้มาใหม่ตกใจ

เสียงเฉอะแฉะของฝนที่ลอดผ่านประตูที่เขากำลังแง้มปิดทำให้พวังเมื่อครู่คลายลง

รอยยิ้มบางเบาสร้างความอุ่นใจให้ยูริจนเขาค่อยๆหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ถัดจากชายคนนั้นสองตัว สายตาของทั้งคู่ยังประสานกันโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

มือเรียวสวยหมุนเครื่องดื่มในมือให้น้ำแข็งกระทบกันดังกริ๊งและยกขึ้นจิบอีกครั้งก่อนจะขยับลุกขึ้นไปยังหลังเคาท์เตอร์และลงมือผสมเครื่องดื่มให้โดยไม่ต้องร้องขอ ดวงตาสีเปลือกไม้ได้ทีละจากภาพที่สง่างามราวกับมายามาสำรวจภายในร้านแห่งนี้ มีเพียงดวงไฟสลัวไม่กี่ดวงถูกติดตั้งที่ไหนไม่อาจะทราบได้ ขวดเครื่องดื่มหลากสีสันถูกเรียงรายอยู่ที่ชั้นวางหลังเคาท์เตอร์ไม้ที่ซึ่งถูกหยิบจับโดยบาร์เทนเดอร์หนึ่งเดียวในนี้ ไล้ขึ้นไปถึงเพดาลที่ส่องแสงหลากสีก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อบริเวณเพดาลของร้านถูกประดับด้วยโคมไฟตรุกีที่แด่ละดวงจะถูกติดด้วยกระจกสีในโทนที่ต่างกันไป และพอยิ่งมาแขวนเรียงรายกันแบบนี้ก็ราวกับจะเป็นทางช้างเผือกย่อมๆใจกลางอวกาศเล็กๆในบาร์ลับแห่งนี้

ผู้มาเยือนหนึ่งเดียวนิ่งงันตกอยู่ในมนตร์เสน่ห์ของสถานที่ที่ราวกับหลงอยู่ในห้วงอวกาศจนกระทั่งแก้วคอกเทลถูกวางลง ประกายวิบวับหยอกล้อแสงไฟหมุนวนภายแก้วคอกเทลที่บรรจุของเหลวสีดำเหมือนจำลองอวกาศมาอยู่ในแก้วใบเดียว

ยามที่มือเรียวค่อยๆยกแก้วขึ้นจิบท่ามกลางสายตาที่จับจ้องที่อ่านไม่ออก รสขมปร้าเจือความหวานอบอวลอยู่ในช่องปากจนเผลอเหลือบมองริมฝีปากบ้างที่อมยิ้มน้อยๆของใครบางคน ความมวลท้องขมวดแน่นพอกับลำคอที่ร้อนผ่าวจากแอลกอฮอลที่ผสมในค็อกเทลลุกลามขึ้นมาจนใบหน้าอุ่นไปหมด

อา สงสัยเมาแล้วสิ ถ้าอย่างนั้น… ดวงตาปรือปอยของคนแสร้งเมาทอแววบางอย่างที่เรียกทั้งรอยยิ้มมุมปากของอีกคนและดวงตาสีฟ้าที่เหมมือนจะเข้มขึ้นตอบรับการเชิญชวนทางสายตาของเขา

ดวงหน้าหล่อเหลาที่ใกล้เข้ามาจนต้องหลับตา ปล่อยให้จูบรสขมอบอวลอยู่ในปาก ยามที่เราละลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดออกอย่างอ้อยอิ่ง คนแปลกหน้าที่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆได้ทำความรู้จักผ่านลมหายใจและคลื่นความปราถนาที่ลุกโหมราวกับไฟและน้ำมัน

“ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน” ความมึนงงสับสนแต่สงบเงียบเหมือนอยู่ในห้วงอนันต์ในบาร์สีเข้มที่หยอกล้อแสงสีสดจากตะเกียงแก้วมากมายเหนือศีรษะ เหมือนเป็นทะเลดาวยามที่เราแลกสัมผัสเร่าร้อนต่อกัน

“ผมก็ไม่รู้”

ประสาทสัมผัสที่พร่ามัวสับสนเกินกว่าจะให้คำตอบ แต่นั่นดูจะเป็นคำตอบที่ตรงใจชายหนุ่ม จนเขาเผยยิ้มสวย นิ้วเรียวเลื่อนไปเขี่ยแก้วใสที่ยูริเพิ่งจะดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“คุณรู้ไหมว่าค็อกเทลแก้วนี้ชื่ออะไร?”

“ไม่ทราบสิครับ” ประกายพอใจที่เขาเอ่บรับ

“Black Magic”

“มนตร์ดำที่จะล่อลวงผู้คนให้ลิ้มลองความผิดบาปงั้นหรือ?”

“ผมแค่หวังว่ามนตร์ของพ่อมดร้ายตนนี้จะพอรั้งอัศวินให้จดจ้องมาที่เขาคนเดียวในคืนนี้ แค่นั้นก็พอแล้วล่ะครับ”

“ตามที่ขอเลยครับ คุณพ่อมด”

แล้วเสียงทั้งหมดก็ดับไปราวกับห้วงอวกาศอันลึกลับได้กลืนกินทั้งคู่สู่โลกแห่งความฝันไปเสียแล้ว สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความร้อนยามริมฝีปากไล้เล็มอีกฝ่าย เกี่ยวกระหวัดด้วยความเสียวซ่านกับความตั้งใจหนึ่งเดียวของทั้งคู่

.

.

.

รสชาติน่าลุ่มหลงที่ไม่สามารถปล่อยเธอไปได้เลย

 

“ผมคงไม่สามารถปล่อยคุยไปได้แล้วล่ะครับคืนนี้”

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s